โครงการอบรมครูประจำการ บริษัท นายฉบับ จำกัด ประจำปีงบประมาณ 2561
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยหน่วยพัฒนาครู บริษัท นายฉบับ จำกัด 18 หลักสูตร และหลักสูตรสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1 หลักสูตร (ประกาศ ณ 25 เม.ย.2561)
ลำดับที่ 5
รหัสหลักสูตร 612021054
"เทคนิคและสื่อการสอนคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาด้วยกระบวนการ STEM ศึกษา ระดับประถมศึกษา"



ระดับหลักสูตร
ประถมศึกษา
หลักการและเหตุผล

     การจัดการเรียนการสอนสมัยยุคใหม่โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์เชิงการให้เหตุผลผสมกับการทดลองเชิงคณิตศาสตร์สามารถปลูกฝังให้ผู้เรียนได้มีความรู้และความสามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Science Technology Engineering and Mathematics Education: STEM Education) นั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ

โดยทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในยุคศตวรรษที่ 21 นั้น ควรมีดังต่อไปนี้

1. กระบวนการทางความคิด โดยมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดวิเคราะห์วิจารณ์ในการแก้ไขปัญหา และตัดสินใจได้

2. กระบวนการในการทำงาน โดยมีความสามารถในการสื่อสารและการทำงานประสานงานกันได้เป็นอย่างดี

3. เครื่องมือสำหรับการทำงาน มีความรู้ความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้

4. ทักษะสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ตระหนักถึงการเป็นพลเมืองที่ดี รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และมีความสามารถในการวางแผนชีวิตและการประกอบอาชีพได้

     การพัฒนาการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันครูมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาด้านวิชาการเนื้อหาสาระของวิชาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำวิชาการในสาระวิชานั้นไปใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถประยุกต์ในวิชาได้หลังจากการเรียนรู้โดยต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนมีกระบวนการคิด วิเคราะห์ แสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเองและสามารถอธิบายคำตอบนั้นได้ด้วยว่าผลลัพธ์ที่ได้มาอย่างไรอย่างชัดเจน

     การศึกษาในปัจจุบันการเรียนการสอนคณิตศาสตร์พบว่านักเรียนไม่สนใจเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผลการทดสอบระดับชาติด้านคณิตศาสตร์ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น การจัดการเรียนการสอนแบบท่องสูตรทำแบบทดสอบ ไม่ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดและวิเคราะห์ และแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้มาจากการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ล้าสมัยไม่สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

     จากการค้นคว้าข้อมูลของนักสถิติพบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดเป็นแผนนโยบายกระตุ้นการสอน STEM Education การประกาศแผนการสร้างกลุ่มครูต้นแบบในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์โดยเรียกว่า STEM Master Teaching Corps ซึ่งนักการศึกษาเหล่านี้จะเป็นผู้นำในการ ศึกษาด้าน STEM Education จะเป็นผู้ที่ริเริ่มจุดประกาย ความคิดให้นักเรียน และช่วยให้กลุ่มสังคมของพวกเขาเจริญเติบโตมากขึ้น

     จากการใช้นโยบายดังกล่าวเป็นผลทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกามีผลการทดสอบด้านคณิตศาสตร์สูงขั้น (PISA) ยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผลการวิจัยเกี่ยวกับสมอง และการเสนอแนวคิดเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในปัจจุบันส่งผลให้กระบวนทัศน์ทางการศึกษาเปลี่ยนแปลงไป การจัดการศึกษาทุกระดับเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง เช่น การคิดสร้างสรรค์การคิดแก้ปัญหาการคิดแบบวิจารณญาณ ฯลฯ รวมทั้งการพัฒนาทักษะการสื่อสารการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้และการมีทักษะทางสังคม แนวโน้มการจัดการศึกษาจึงจำเป็นต้องบูรณาการทั้งด้านศาสตร์ต่างๆ และบูรณาการการเรียนในห้องเรียนและชีวิตจริง ทำให้การเรียนนั้นมีความหมายต่อผู้เรียน ซึ่งผู้เรียน จะเห็นประโยชน์คุณค่าของการเรียน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ซึ่งเป็นการเตรียมผู้เรียนในการเรียนต่อไปในชั้นสูงขึ้น เกิดการเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคตการเพิ่มมูลค่าและการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศด้านเศรษฐกิจ ได้ STEM Education คือการสอนแบบบูรณาการข้าม กลุ่มสาระวิชา (Interdisciplinary Integration) ระหว่าง ศาสตร์สาขาต่างๆได้แก่วิทยาศาสตร์(Science:S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และ คณิตศาสตร์(Mathematics:M) โดยนำจุดเด่นของธรรมชาติ ตลอดจนวิธีการสอนของแต่ละสาขาวิชามาผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้เรียนนําความรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญหา การค้นคว้าและการพัฒนาสิ่งต่างๆในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซึ่งอาศัยการจัดการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนหลายสาขาร่วมมือกัน เพราะในการทำงานจริงหรือในชีวิตประจำวันนั้นต้องใช้ความรู้หลายด้านในการทํางานทั้งสิ้น ไม่ได้แยกใช้ความรู้เป็นส่วนๆ

     นอกจากนี้ STEM Education ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนา ทักษะสําคัญในโลกโลกาภิวัตน์ จากปัญหาและผลที่เกิดขึ้นในการจะแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น ควรจะมีการพัฒนาครูด้านคณิตศาสตร์ที่เป็นส่วนสำคัญในการจัดการเรียนการสอน บริหารการสอนด้วยปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้สอดคล้องกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยใช้เทคนิคและวิธีตามกระบวนการ STEM Education

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาครูที่เข้ารับการฝึกอบรมให้มีองค์ความรู้ในการสร้างและออกแบบสื่อการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยกระบวนการ STEM Education

2. เพื่อพัฒนาครูที่เข้ารับการฝึกอบรมให้มีทักษะปฏิบัติในการใช้เทคนิคและออกแบบกระบวนการสอนได้จำนวน 2 แผนงาน

3. เพื่อส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาของครูที่เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเผยแพร่ความรู้ให้เพื่อนครูและนักเรียน นักศึกษา ในการใช้เทคนิคการสอน สื่อการสอน และนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงการปรับปรุงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้มีความชำนาญในวิชาชีพเพิ่มขึ้น

4. เพื่อให้ครูที่เข้ารับการฝึกอบรมออกแบบและสร้างสื่อการเรียนการรู้ตามกระบวนการ STEM Education ได้อย่างน้อย 2 แผนงานขึ้นไปจึงจะผ่านการเรียนรู้ฝึกอบรม

ผู้เข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติของผู้ที่จะรับการพัฒนาตามหลักสูตร

1) ครูผู้เข้าอบรมต้องมีระยะเวลาในการสอนในสาระวิชาคณิตศาสตร์มาแล้วตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป

2) ครูผู้เข้าอบรมต้องการประเมินเบื้องต้นด้านความรู้คณิตศาสตร์ (ฝึกทำแบบทดสอบเบื้องต้นในขั้นตอนการรับสมัคร) ผ่านในระดับคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์ในการเข้ารับการอบรม

3) ครูผู้เข้ารับการอบรมต้องใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารได้ เช่น อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล และโต้ตอบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

เป้าหมาย
สอศ. , สพฐ. , กศน. , อปท. , สช.
ขั้นตอนการทำงาน
(

-

)
วิธีการอบรม

-

ระยะเวลาอบรม
STEM Education เชื่อมโยงในการจัดการเรียนการสอน องค์ประกอบ STEM Education การวัดและประเมินผลตามสภา
จำนวน/ ระดับการอบรม
150
แนวคิดหลักสูตร
TPCK
อัตราส่วนวิทยากร
1/30
สถานที่อบรม
-
ค่าลงทะเบียน และสิทธิประโยชน์
4,500 บาท
กำหนดการอบรม
STEM Education เชื่อมโยงในการจัดการเรียนการสอน องค์ประกอบ STEM Education การวัดและประเมินผลตามสภา
กระบวนการติดตามหลังจบหลักสูตร
1. คะแนนจากการทดสอบความรู้และทำกิจกรรมรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. มีเวลาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
ประโยชน์ของหลักสูตร
-
ผลที่คาดว่าได้รับ
-
ผู้รับผิดชอบ
ว่าที่ร้อยตรี ดร.จิรายุทธิ์ อ่อนศรี
สถานที่ติดต่อประสานงาน
Tel : 0-2157-2474, 09-4143-2400, 09-4143-2500 Fax : 0-2157-2475 NaiChaBubMail@gmail.com
<< กรกฏาคม 2562 >>
อา
พฤ
  123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031