โครงการอบรมครูประจำการ บริษัท นายฉบับ จำกัด ประจำปีงบประมาณ 2561
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยหน่วยพัฒนาครู บริษัท นายฉบับ จำกัด 18 หลักสูตร และหลักสูตรสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1 หลักสูตร (ประกาศ ณ 25 เม.ย.2561)
ลำดับที่ 3
รหัสหลักสูตร 612011058
"เทคนิคการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้น STEM Education"



ระดับหลักสูตร
ประถมศึกษา
หลักการและเหตุผล

     การปฏิรูปการศึกษารอบสอง (พ.ศ. 2552 - 2561) ได้เน้นเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ เรื่องคุณภาพการศึกษา โอกาสทางการศึกษา และการมีส่วนร่วม ซึ่งได้กำหนดกรอบแนวทางในการปฏิรูปการศึกษา และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบชัดเจนครอบคลุม 4 ด้าน (1) พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ (2) พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ (3) พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ (4) พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่

     การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่เป็นปัจจัยสำคัญไปสู่คุณภาพของผู้เรียน ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของการปฏิรูปการเรียนการสอน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษานั้น ผู้สอนจะต้องมีการพัฒนาตนเอง และมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนการสอนครูยุคใหม่ต้องจัดการเรียนการสอนได้ตรงกับลูกศิษย์ได้อย่างเหมาะสม ต้องมีทักษะในการสอนแบบใหม่ คือการสอนให้มี ทักษะในศตวรรษที่ 21 ครูต้องออกแบบการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะ และคุณสมบัติเหล่านั้นได้ “คุณสมบัติที่สำคัญที่สุด คือ ครูต้องมีฉันทะ มีแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้ในที่นี้ คือ การเรียนรู้เพื่อ ทำหน้าที่ครูที่ดี ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการเรียนรู้ดีที่สุดของครู คือการเรียนรู้จากห้องเรียนของตัวเอง

    การเป็นครูที่ดี คือ ต้องมาตั้งเป้าหมาย learning out com ซึ่งจะทำให้เป็นครูยุคครู 4.0 จะใช้สมรรถนะที่ครูมีอยู่ในการทำให้นักเรียนกลายเป็นนักเรียน 4.0 ด้วยการเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะทำให้นักเรียนได้รับทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 คือทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม การเรียนและการทำงานร่วมกันเป็นทีม การมีภาวะผู้นำ การสื่อสาร การใช้ข้อมูล และสารสนเทศ การติดต่อสื่อสารทางไกล การใช้คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ การคิดคำนวณ การสร้างอาชีพ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือที่พวกเราเรียกกันว่า "7Cs" และนอกจากนั้น ต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการการพัฒนาทักษะทางสังคม คุณธรรม จริยธรรม คารวธรรม การสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ และของโลก การจัดการเกี่ยวกับเศรษฐกิจของตนเอง และครอบครัว การเป็นผู้ประกอบการใหม่ การรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันภาวะโลกร้อน การยึดมั่นในขนบธรรมเนียม ประเพณี และจรรยาบรรณวิชาชีพเข้าไปในทุกวิชาที่สอนด้วย ครู 4.0 จึงเน้นที่การสร้างชุมชนแห่งความสงสัย กระตือรือร้น อยากเรียนอยากรู้ และอยากได้คำตอบขึ้นในชั้นเรียน ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนทุกห้องเป็นห้องเรียนแห่งความสงสัย อยากเรียนอยากรู้ อยากหาคำตอบ "Community of Inquiry" และนักเรียนก็จะลงมือค้นหาคำตอบที่ตนสงสัย และอยากรู้เป็น กลุ่ม ค้นหาคำตอบผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เรียกว่าการเรียนรู้โดยยึดปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning = PBL) คือเริ่มต้นจากความสงสัย อยากเรียนอยากรู้แล้วก็จะพัฒนาเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบ (Problem) และจากปัญหาที่ต้องการคำตอบก็จะพัฒนาไปสู่การค้นหาคำตอบ ลงมือค้นหาคำตอบ โดยใช้สมรรถนะความเป็นนักเรียน 3.0 นักเรียน 2.0 นักเรียน 1.0 เทคโนโลยีโรบอต และปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วย ผู้เรียนแต่ละคนจึงไม่อยู่นิ่ง แต่กระตือรือร้น และคิดค้นหาความรู้ และคำตอบอยู่ตลอดเวลา (Active Learner) ซึ่งในกระบวนการของการเรียนรู้โดยยึดปัญหาเป็นฐาน นักเรียนอาจค้นหาคำตอบจากห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการ สถานประกอบการ แปลงสาธิต โรงงาน บริษัท ธุรกิจของรัฐ หรือของเอกชน นักเรียนได้ค้นหา คำตอบจากสถานที่จริง สถานประกอบการจริงเพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นจริง ทำให้เกิดคำว่า Work-based Learning หรือ Work-integrated Learning หรือ Site-based Learning ขึ้นทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน สถานประกอบการจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียนของนักเรียน

     และจากการเรียนโดยยึดปัญหาเป็นฐานนี้ก็จะทำให้นักเรียน และ/หรือครูค้นพบความรู้ใหม่ สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ และสร้างนวัตกรรมใหม่ การเรียนการสอนของครู 4.0 จึงเป็นการเรียนการสอนที่เน้นการคิดสร้างสรรค์ Creative Learning ที่จะนำไปสู่การผลิตนวัตกรรม-Innovation การจัดการเรียนการสอน จึงอยู่ในรูปแบบ Active learning อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมโลก ในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าเทคโนโลยีการสื่อสารก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลอยู่ในแหล่งต่างๆ รวมถึงการที่ต้องแข่งขันกันเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าทำให้ทุกประเทศต้องเร่งพัฒนาประชากรของตนให้มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและแข่งขันในตลาดแรงงานกับนานาอารยะประเทศได้ศึกษาธิการ กล่าวว่า “การศึกษาในยุค Thailand 4.0” มีความหมายมากกว่าการเตรียมความพร้อมของคน หรือให้ความรู้กับคนเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ กล่าวคือ นอกจากให้ความรู้แล้ว ต้องทำให้เขาเป็นคนที่รักที่จะเรียน มีคุณธรรม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย การกำหนดการเรียนรู้แบบ Active learning เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่แตกต่างของผู้เรียน เราจะเห็นว่ารูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้สอนใช้มากที่สุด คือการพูด และนักเรียนเป็นผู้ฟัง แต่การเรียนการสอนในลักษณะนี้จะไม่สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนไปปฏิบัติได้ดี

     ดังนั้นผู้สอนต้องสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมทำหน้าที่เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและเกิดเป็นแสงไฟแห่งการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ต้องให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้แบบ Active learning ทั้งนี้ผู้สอนจำเป็นต้องหากลยุทธ์ต่างๆ ที่สามารถดึงดูดใจให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างน่าสนใจ และเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมคู่ กิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมกลุ่มโครงงานร่วมกัน การจัดกิจกรรมควรต้องมีการวางแผน ตั้งวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย จัดกิจกรรมเมื่อไร อย่างไรที่สำคัญกุญแจสู่ความสำเร็จในการจัดกิจกรรมนั้น จะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์หรือกลวิธีใหม่ๆ พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ โดยควรแจ้งวัตถุประสงค์ตั้งวันแรกให้ผู้เรียนทราบชัดเจน และเริ่มกิจกรรมตั้งแต่ต้นเทอม จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้นักเรียนนั่งเป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มโดยมีสมาชิกที่มีความสามารถหลากหลาย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อม คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล วิเคราะห์ปัญหาในการเรียนรู้แล้วนำมาแก้ปัญหาหรือพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อผู้เรียนให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ทันต่อสภาวะโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านอย่างรวดเร็ว

วัตถุประสงค์

7.1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

7.2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และสื่อการเรียนการสอนได้

7.3 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามรถสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู PLC และเครือข่ายการนิเทศ ESC ได้

ผู้เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นครูผู้สอนในระดับประถมศึกษาในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

2. ครูผู้เข้าอบรมต้องประเมินเบื้องต้นด้านความรู้วิทยาศาสตร์ (ฝึกทำแบบทดสอบเบื้องต้นในขั้นตอนการรับสมัคร) ผ่านในระดับคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์ในการเข้ารับการอบรม

3. ครูผู้เข้ารับการอบรมต้องใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารได้ เช่น อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล และโต้ตอบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

เป้าหมาย
สอศ. , สพฐ. , กศน. , อปท. , สช.
ขั้นตอนการทำงาน
(

-

)
วิธีการอบรม

1. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา

2. ความหมาย Active Learning

- Active Learning สู่หลักสูตรระดับชั้นเรียน

- การสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้น STEM Education

3. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ที่เน้น STEM Education

- การออกแบบสื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

4. ฝึกปฏิบัติการการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ที่เน้นSTEM Education

- ฝึกปฏิบัติการการออกแบบสื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

5. การนำเสนอและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และสื่อที่ใช้ในการสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการที่สอดคล้องการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

- ทักษะการนิเทศภายในด้วยกระบวนการสังเกตการสอนของครูและผู้บริหารโรงเรียน

- ฝึกปฏิบัติการสาธิตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ แบบ Active Learning

- ฝึกปฏิบัติการการนิเทศภายในด้วยกระบวนการสังเกตการสอนของครู

- ฝึกวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน และผู้ร่วมสังเกตการสอน หัวข้อการฝึกอบรม

- การสะท้อนผล และถอดประสบการณ์จากการเรียนรู้จากชั้นเรียน การใช้เทคโนโลยีในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้

- สร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (PLC) และเครือข่ายคลินิกการนิเทศ (ESC) ในโรงเรียน

ระยะเวลาอบรม
-
จำนวน/ ระดับการอบรม
150
แนวคิดหลักสูตร
TPCK
อัตราส่วนวิทยากร
1/30
สถานที่อบรม
-
ค่าลงทะเบียน และสิทธิประโยชน์
4,020 บาท
กำหนดการอบรม
-
กระบวนการติดตามหลังจบหลักสูตร
-
ประโยชน์ของหลักสูตร
-
ผลที่คาดว่าได้รับ
-
ผู้รับผิดชอบ
ดร.อดุลย์ วงศ์ก้อม
สถานที่ติดต่อประสานงาน
Tel : 0-2157-2474, 09-4143-2400, 09-4143-2500 Fax : 0-2157-2475 NaiChaBubMail@gmail.com
<< กรกฏาคม 2562 >>
อา
พฤ
  123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031